
"สิงห์บลูส์" แนวรับรั่วระส่ำหนัก เล็งกู้หน้าล่าชัยดับซ่า "เดอะ เชอร์รี่ส์"
พรีเมียร์ลีก อังกฤษ | เชลซี VS บอร์นมัธ | เกมนัดที่ 6 | วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2026
พรีวิว
เชลซี ทีมอันดับ 10 ของตาราง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมเปิดรัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ บอร์นมัธ ที่ยังควานหาชัยชนะไม่เจอในลีก สำหรับเกมสัปดาห์ที่ 6 ในวันเสาร์นี้ โดยเจ้าถิ่นตั้งเป้าหยุดสถิติไร้ชัยในลีกสูงสุดติดต่อกัน 3 นัดให้ได้ ทีมของ ชาบี อลอนโซ่ ได้ช่วงพักเบรกทีมชาติมาช่วยคั่นเวลาได้อย่างถูกจังหวะ หลังจากการเริ่มต้นซีซั่นที่ยิงประตูได้อย่างถล่มทลายต้องสะดุดลงเพราะฝันร้ายในแนวรับ ซึ่งกุนซือชาวสเปนหวังว่าช่วงหยุดพักนี้จะช่วยจุดประกายการฟื้นตัวที่จำเป็นอย่างยิ่งในการรับมือทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์"
แมตซ์ พรีวิว
เชลซี
การพึ่งพาพฤติกรรมการยิงประตูให้มากกว่าคู่แข่งเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนระยะได้ตลอดรอดฝั่ง และนั่นก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าจริง ทัพ "สิงห์บลูส์" ออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยการต้องยิงถึง 3 ลูกเพื่อเอาชนะ ฟูแล่ม ที่สนาม คราเวน คอตเทจ และต้องซัดถึง 4 ประตูเพื่อคว้าชัยเหนือ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน รวมถึงเคยพลิกสถานการณ์จากตามหลัง 2-0 กลับมาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-3 ในศึก อีเอฟแอล คัพ โดยผลการแข่งขันฟุตบอลถ้วยลีกคัพดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากลูกทีมของ ชาบี อลอนโซ่ บุกไปพ่ายต่อแชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่าง อาร์เซน่อล 2-1 ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ทว่าพวกเขากลับสะกดคำว่าชนะในลีกไม่เป็นเลยนับตั้งแต่เกมปราชัยนัดนั้น ทีมดังแห่งลอนดอนตะวันตกกำลังถูกฉุดรั้งด้วยแนวรับที่หละหลวม ผิดพลาดกันง่ายๆ และยังไม่สามารถจำกัดให้คู่แข่งยิงต่ำกว่า 2 ประตูได้เลยแม้แต่นัดเดียวในเกมลีกซีซั่นนี้ การเริ่มต้นที่ดีในเกมกับ ฮัลล์ ซิตี้ จบลงด้วยการแลกกันหมัดต่อหมัดจนทีมเยือนเสียดายที่ไม่ได้อะไรกลับไปมากกว่าผลเสมอ 2-2 และก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรกทีมชาติ แชมป์ลีกสูงสุด 5 สมัยก็ต้องอับอายอย่างหนักเมื่อโดน เบรนท์ฟอร์ด ถล่มยับเยิน 3-0 ที่สนาม จีเทค คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม แม้ครึ่งแรกจะครองเกมได้รัดกุมจนน่าจะทำให้กุนซือชาวสเปนพอใจกับเกมที่น่าเบื่อตามที่เคยกล่าวไว้ แต่ความผิดพลาดทางสภาพจิตใจและเกมรับที่คุ้นเคยก็โผล่มาเล่นงานในศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์อีกจนได้
บอร์นมัธ
ทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" หวังที่จะใช้ประโยชน์จากความไม่แน่นอนของ เชลซี แม้ว่าพวกเขาจะเจอปัญหาของตัวเองอยู่เช่นกัน ทีมของ มาร์โก โรเซ่อ รั้งอันดับ 17 ของตารางหลังเปิดหัวฤดูกาลโดยยังไม่ชนะใครในลีก แต่ผลงานอันน่าผิดหวังก็ได้รับการชดเชยด้วยการเก็บแต้มเต็มในนัดประเดิมสนามศึก ยูโรปา ลีก เมื่อช่วงกลางเดือนกันยายน รวมถึงการไล่ต้อน ลินคอล์น ซิตี้ 4-0 ในศึก อีเอฟแอล คัพ ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมกุนซือรายนี้จึงยังได้รับพลังบวกนับตั้งแต่เข้ามารับงานต่อจาก อันโดนี่ อิราโอล่า ที่ย้ายไปคุม ลิเวอร์พูล อย่างไรก็ดี การเตรียมความพร้อมของทีมเยือนต้องสะดุดลงเมื่อ อเล็กซ์ สก็อตต์ กองกลางตัวเก่งที่เคยเป็นเป้าหมายเสริมทัพของเจ้าถิ่น ได้รับบาดเจ็บต้นขาและอาจต้องพักยาวจนถึงเดือนพฤศจิกายน เมื่อรวมกับการขาดหายไปก่อนหน้านี้ของ เอลี่ จูเนียร์ ครูปี้ ทำให้ภารกิจคว้าชัยนัดแรกที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 หรือการหยุดสถิติไม่ชนะคู่แข่งรายนี้ติดต่อกัน 10 นัดกลายเป็นงานที่ยากขึ้นไปอีก ทว่า 5 จาก 10 เกมดังกล่าวจบลงด้วยผลเสมอ และความพ่ายแพ้ 3 จาก 5 ครั้งก็เป็นการแพ้แบบเฉียดฉิว อีกทั้งการบุกมาเยือนสนามแห่งนี้ 2 ครั้งหลังสุดจบลงด้วยสกอร์ 2-2 ทำให้ทีมเยือนยังมีความหวังที่จะหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ในลีกเป็นนัดที่สามภายใต้การคุมทัพของกุนซือคนใหม่
สภาพความพร้อมของทีม
เชลซี
เจ้าถิ่นได้เห็นทั้ง มาร์โก ปาเลสตรา และ เอ็มมานูเอล เอเมกา กลับมาลงฝึกซ้อมได้ในสัปดาห์นี้ ทำให้มีลุ้นกลับมาช่วยทีมไม่มากก็น้อย อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสภาพความพร้อมของ มอยเซส ไกเซโด้ และ รีซ เจมส์ ขณะที่ โคล พาลเมอร์ ต้องรอประเมินความพร้อมหลังพลาดการลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ ซึ่งอาจส่งผลต่ออนาคตในทัพสิงโตคำรามของเขา นอกจากนี้ การขาดหายไปที่น่าจะส่งผลกระทบมากกว่าคือ ชูเอา เปโดร ซึ่งเกมนี้น่าจะเร็วเกินไปสำหรับเขาหลังมีปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าจนพลาดการรับใช้ทีมชาติบราซิล สำหรับการจัดทัพ ชาบี อลอนโซ่ มีการปรับเปลี่ยนแท็กติกทั้งระบบกองหลังสามคนและสี่คนมาแล้ว และคาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนอีกครั้งในสุดสัปดาห์นี้
บอร์นมัธ
ทางฝั่งทีมเยือนของ มาร์โก โรเซ่อ กำลังเผชิญหน้ากับปัญหานักเตะบาดเจ็บ โดยมีชื่อของ อเล็กซ์ สก็อตต์ และ เอลี่ จูเนียร์ ครูปี้ เป็นแกนนำ พร้อมด้วย ฮูเลียน อาเราโฮ ที่เจ็บต้นขา และ จัสติน ไคลเวิร์ต ที่เจ็บกล้ามเนื้อ ในขณะที่ เวลจ์โก มิโลซาฟลเยวิช ที่เจ็บกล้ามเนื้อหน้าขา, อามีน อัดลี่ ที่เจ็บน่อง และ เดวิด บรูคส์ แม้จะไม่ได้ถูกตัดชื่อออกแต่ก็ยังไม่การันตีว่าจะได้ลงสนามในรังของแชมป์ ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลก 2025 หรือไม่ สำหรับความหวังในแนวรุกมีเพียง มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ คนเดียวที่ยิงได้มากกว่าหนึ่งประตูในฤดูกาลนี้ โดยยิงในเกมนอกบ้านที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ซึ่งเจ้าตัวหวังจะยิงประตูนอกบ้านในลีกเป็นนัดที่สามติดต่อกัน และหากนับรวมตั้งแต่ฤดูกาลก่อนที่ยิงใส่ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ เมื่อเดือนพฤษภาคม จะทำให้เขามีลุ้นทำสถิติยิงเกมนอกบ้านเป็นนัดที่สี่ติดต่อกัน
คาดการณ์ผู้เล่น
เชลซี : มาร์ติเนซ, โฟฟาน่า, ลาครัวซ์, โคลวิลล์, เนโต้, ลาเวีย, เฮนเดอร์สัน, ชาบาร์เรีย, พาลเมอร์, โรเจอร์ส, เวลเบ็ค
บอร์นมัธ : เปโตรวิช, สมิธ, ฮิลล์, ซิลวา, ทรัฟเฟิร์ต, อดัมส์, คุก, รายาน, คริสตี้, ทาเวอร์เนียร์, เอวานิลซอน
วิเคราะห์คาดการณ์
เชลซี ตกอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างหนักที่ต้องเรียกฟอร์มเก่งกลับมาให้ได้หลังไม่ชนะใครในลีกมา 3 นัดติดต่อกัน ปัญหาใหญ่ของกุนซือ ชาบี อลอนโซ่ คือแนวรับที่เสียประตูง่ายและเสียอย่างน้อยสองลูกมาทุกนัดในลีกซีซั่นนี้ แถมยังต้องลุ้นความฟิตของแกนหลักอย่าง โคล พาลเมอร์, มอยเซส ไกเซโด้ และการขาดหายไปของ ชูเอา เปโดร อย่างไรก็ดี ทีมเยือนอย่าง บอร์นมัธ ของกุนซือ มาร์โก โรเซ่อ ก็มีปัญหาไม่ต่างกันจากการที่ยังสะกดคำว่าชนะในลีกไม่เป็นเลยในฤดูกาลนี้ อีกทั้งยังขาดผู้เล่นสำคัญอย่าง อเล็กซ์ สก็อตต์ และ เอลี่ จูเนียร์ ครูปี้ แม้ว่าสถิติการมาเยือนสนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ สองครั้งหลังสุดจะสู้ได้ดีจนจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ทั้งสองนัด และมีตัวทีเด็ดเกมนอกบ้านอย่าง มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ คอยป่วน แต่สถิติภาพรวมที่ผ่านมาทัพ "เดอะ เชอร์รี่ส์" ไม่ชนะคู่แข่งรายนี้มาถึง 10 นัดติดต่อกัน เมื่อวัดจากศักยภาพและคุณภาพผู้เล่นที่มีอยู่ เจ้าถิ่นทัพ "สิงห์บลูส์" น่าจะใช้เกมรุกบดขยี้แนวรับทีมเยือนและเบียดเอาชนะไปได้ในท้ายที่สุด
คาดการณ์สกอร์ : เชลซี 2-1 บอร์นมัธ
ข้อมูลที่น่าสนใจ
เชลซี ชนะ : สถิติการพบกันของคู่นี้เป็นทัพ "สิงห์บลูส์" ที่เหนือกว่าชัดเจนโดยไม่แพ้ให้แก่ "เดอะ เชอร์รี่ส์" มายาวนานถึง 10 นัดติดต่อกันในทุกรายการ ประกอบกับทีมเยือนยังสะกดคำว่าชนะไม่เป็นในลีกซีซั่นนี้
สกอร์สูง/ต่ำ (Over/Under 2.75 Goals) : สูง - แนวรับของเจ้าถิ่นมีปัญหาอย่างหนักโดยเสียประตูอย่างน้อย 2 ลูกทุกนัดในเกมลีกฤดูกาลนี้ ขณะที่สถิติการเจอกันที่สนามแห่งนี้สองครั้งหลังสุดจบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ซึ่งมีสกอร์รวมเกินเกณฑ์ทั้งสองนัด
Both Teams to Score (BTTS) : ใช่ - เกมรับของเจ้าบ้านยังคงก่อความผิดพลาดบ่อยครั้งจนไม่สามารถเก็บคลีนชีตได้เลยในลีก ขณะที่ทีมเยือนมีแนวรุกฟอร์มแรงอย่าง มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ ที่ยิงประตูนอกบ้านมาต่อเนื่อง
เชลซี ได้ประตูแรก : แม้แนวรับจะมีข้อผิดพลาดแต่เกมรุกของเจ้าถิ่นยามได้เล่นต่อหน้าแฟนบอลมักเปิดเกมรุกเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ขณะที่สถิติการพบกันที่ผ่านมาเป็นเจ้าบ้านที่กุมความได้เปรียบมาโดยตลอด
